แชร์

⚡ ไฟตก ไฟกระชาก คืออะไร? อันตรายกับอุปกรณ์ไฟฟ้าแค่ไหน

อัพเดทล่าสุด: 19 ม.ค. 2026
14 ผู้เข้าชม

ไฟตกไฟกระชาก คืออะไร? อันตรายกับอุปกรณ์ไฟฟ้าแค่ไหน

ปัญหา ไฟตก และ ไฟกระชาก เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อยในบ้าน อาคาร และโรงงาน แม้มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่สามารถทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าเสียหาย ลดอายุการใช้งาน หรือทำให้ระบบไฟทำงานผิดปกติได้โดยไม่รู้ตัว

สรุปสั้น:
ไฟตก (Voltage Drop) = แรงดันไฟต่ำกว่าปกติ อุปกรณ์ทำงานฝืด/ดับ/ร้อนผิดปกติ
ไฟกระชาก (Power Surge) = แรงดันไฟพุ่งสูงช่วงสั้น ๆ เสี่ยงทำลายแผงวงจรและอะแดปเตอร์

ไฟตก (Voltage Drop) คืออะไร?

ไฟตก คือภาวะที่แรงดันไฟฟ้าลดลงต่ำกว่าค่าปกติชั่วคราวหรือเป็นช่วง ๆ ทำให้อุปกรณ์บางชนิดทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เช่น มอเตอร์หมุนช้าลง แอร์ทำงานหนักขึ้น หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รีสตาร์ทเอง

  • อาการที่พบบ่อย: ไฟหรี่ แอร์ไม่เย็น มอเตอร์เสียงดัง อุปกรณ์รีสตาร์ท
  • ผลกระทบ: อุปกรณ์ร้อนขึ้น กินไฟมากขึ้น อายุการใช้งานสั้นลง

ไฟกระชาก (Power Surge) คืออะไร?

ไฟกระชาก คือภาวะที่แรงดันไฟพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้น ๆ มักเกิดจากฟ้าผ่า การสวิตช์โหลดขนาดใหญ่ หรือความผิดปกติของระบบจ่ายไฟ ภาวะนี้อันตรายต่ออุปกรณ์ที่มีแผงวงจร เช่น ทีวี คอมพิวเตอร์ เราเตอร์ กล้องวงจร

  • อาการที่พบบ่อย: อะแดปเตอร์ไหม้ เครื่องไม่ติด บอร์ดเสีย
  • ผลกระทบ: ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เสียหายแบบฉับพลัน

ตารางเปรียบเทียบ ไฟตก vs ไฟกระชาก

หัวข้อ ไฟตก (Voltage Drop) ไฟกระชาก (Power Surge)
ลักษณะ แรงดันต่ำลง แรงดันพุ่งสูงช่วงสั้น
สาเหตุที่พบบ่อย สายไฟเล็ก/ไกล, โหลดมากพร้อมกัน, จุดต่อหลวม ฟ้าผ่า, สวิตช์โหลดใหญ่, ระบบจ่ายไฟมีสัญญาณรบกวน
อุปกรณ์ที่เสี่ยง มอเตอร์, แอร์, ปั๊มน้ำ, เครื่องใช้กำลังสูง ทีวี, คอมฯ, เราเตอร์, กล้องวงจร, อะแดปเตอร์
ความเสียหาย เสื่อมเร็ว ร้อน กินไฟ เพิ่มความเสี่ยงขดลวดไหม้ บอร์ด/ชิ้นส่วนไหม้ เสียแบบทันที
แนวทางป้องกัน ปรับขนาดสาย, แยกวงจร, ตรวจจุดต่อ, บาลานซ์โหลด ติดตั้ง SPD, ใช้ปลั๊กกันกระชาก, ทำระบบสายดินให้ถูกต้อง

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดไฟตกไฟกระชาก

สาเหตุ มักทำให้เกิด ตัวอย่างสถานการณ์
โหลดใช้งานพร้อมกันมาก ไฟตก เปิดแอร์หลายตัว + เครื่องทำน้ำอุ่น + ปั๊มน้ำพร้อมกัน
สายไฟเล็ก/ระยะทางไกล ไฟตก เดินสายไปอาคารหลังบ้านไกล ๆ แต่ใช้สายขนาดเล็ก
จุดต่อหลวม/ขั้วต่อสกปรก ไฟตก + ความร้อนสะสม สกรูในตู้ไฟหลวม ทำให้เกิดความต้านทานสูง
ฟ้าผ่าหรือสวิตช์โหลดใหญ่ ไฟกระชาก ฟ้าผ่าใกล้แนวสาย, สตาร์ทมอเตอร์ใหญ่ในโรงงาน
ข้อควรระวัง:
หากพบอาการไฟหรี่บ่อย ๆ เบรกเกอร์ตัดบ่อย หรือมีกลิ่นไหม้ที่ตู้ไฟ/เต้ารับ ควรให้ช่างไฟฟ้าตรวจสอบทันที เพื่อป้องกันความเสียหายและความเสี่ยงไฟไหม้

วิธีป้องกันแบบง่าย ๆ ที่ทำได้จริง

  1. ตรวจจุดต่อและขันแน่น ภายในตู้ไฟ/เมน/เต้ารับ (โดยช่างผู้เชี่ยวชาญ)
  2. แยกวงจรโหลดหนัก เช่น แอร์ ปั๊มน้ำ เครื่องทำน้ำอุ่น แยกเบรกเกอร์เฉพาะ
  3. เลือกขนาดสายไฟให้เหมาะสม โดยเฉพาะเส้นที่เดินไกล
  4. ติดตั้งอุปกรณ์กันไฟกระชาก (SPD) ที่ตู้เมน/ตู้ย่อยตามความเหมาะสม
  5. ทำระบบสายดินให้ถูกต้อง เพื่อให้ระบบป้องกันทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
Tip: หากมีอุปกรณ์สำคัญ เช่น เซิร์ฟเวอร์ กล้องวงจร เครื่องมือแพทย์ ควรใช้ปลั๊กกันกระชากคุณภาพดี และพิจารณา UPS ร่วมด้วย เพื่อความต่อเนื่องในการใช้งาน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ไฟตกทำให้ค่าไฟแพงขึ้นจริงไหม?
ไฟตกทำให้บางอุปกรณ์ (โดยเฉพาะมอเตอร์/แอร์) ทำงานหนักขึ้นและร้อนขึ้น ส่งผลให้ประสิทธิภาพลดลง อาจทำให้ใช้พลังงานมากขึ้นในบางช่วง และทำให้อุปกรณ์เสื่อมเร็ว
ไฟกระชากเกิดขึ้นตอนไหนบ่อยที่สุด?
ช่วงพายุฝน/ฟ้าคะนอง, ช่วงสวิตช์โหลดใหญ่ (เช่น มอเตอร์ขนาดใหญ่), หรือระบบจ่ายไฟมีการสับเปลี่ยน/คืนไฟหลังดับ
ติด SPD อย่างเดียวพอไหม?
SPD ช่วยลดความเสี่ยงไฟกระชากได้มาก แต่ควรทำร่วมกับสายดินที่ถูกต้อง การจัดวงจรที่เหมาะสม และการตรวจจุดต่อภายในตู้ไฟ เพื่อให้ระบบป้องกันทำงานเต็มประสิทธิภาพ

ให้ทีมงาน Sompetch Engineering ช่วยตรวจระบบไฟของคุณ

Sompetch Engineering & Supply พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องปัญหาไฟตกไฟกระชาก, การเลือกขนาดสาย, การแยกวงจร, และการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกัน (เช่น SPD) เพื่อความปลอดภัยและความเสถียรของระบบไฟฟ้า


บทความที่เกี่ยวข้อง
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy